อีสานไกด์ ดอทคอม ค้นหา สารบัญเว็บอีสาน ข่าว หาเพื่อน ฟังหมอลำออนไลน์ โฮงมูลมังอีสาน ตลาดซื้อขาย ดูทั้งหมด



 
   หน้าหลักแซบนัวครัวอีสาน | สูตรอาหารอีสาน | สูตรอาหารไทย | ประโยชน์ผักผลไม้ | สอนทำอาหาร | ภาพอาหารอร่อย | เมนูอาหารย้อนหลัง | เว็บบอร์ดพูดคุย |
 
แซบนัวครัวอีสาน > รวมสูตรอาหารอีสาน > ผักหวาน

ผักหวาน

 โพสต์เมื่อ 29 ก.ค 2554 22:41 น. เปิดอ่าน 4,643  
 
Share
ปรับขนาดตัวอักษร :
 
 

ผักหวาน

 

ผักหวานป่า เป็นพืชในวงศ์ Opiliaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Melientha suavis Pierre ชาวบ้านแถวจังหวัดสุรินทร์เรียก ผักหวานชื่อที่เรียกกันทั่วไป คือ ผักหวาน ซึ่งอาจสับสนกับผักหวานบ้านที่จะกล่าวถึงในตอนท้าย ผักหวานป่า เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง

 

ต้นที่โตเต็มที่อาจสูงถึง 13 เมดร แค่ที่พบโดยทั่วไปมักมีลักษะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก หรือเป็นไม้พุ่ม เนื่องจากมีการหักกิ่ง เด็ดยอด เพื่อกระตุ้นให้เกิดกิ่งและยอดอ่อนซึ่งเป็นส่วนที่ใช้บริโภค ใบของผักหวานป่าเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกัน ใบอ่อนรูปร่างแคบรี ปลายใบแหลม สีเขียวอมเหลือง

 

ใบแก่เต็มที่รูปร่างรีกว้าง ถึงรูปไข่หรือรูปไข่กลับ ใบสีเขียวเข้ม เนื้อใบกรอบ ขอบใบเรียบ ปลายใบมน ขนาดของใบประมาณ 2.5-5 ซม. x 6- 12 ซม. ก้านใบสั้น ช่อดอกแตกกิ่งก้านคล้ายช่อดอกมะม่วงหรือลำใย และเกิดตามกิ่งแก่ หรือตามลำต้นที่ใบร่วงแล้ว

 

ดอกมีขนาดเล็กเป็นตุ่มสีเขียวอัดกันแน่นเป็นกระจุก ขณะที่ยังอ่อนอยู่ ผลเป็นผลเดี่ยว ติดกันเป็นพวง เหมือนช่อผลของมะไฟหรือลางสาด แต่ละผลมีขนาดประมาณ 1.5 x 2.5 ซม. ผลอ่อนสีเขียวมีนวลเคลือบ และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองถึงหลืองอมส้ม เมื่อผลสุกแต่ละผลมีเมล็ดเดียว

 

คุณค่าทางโภชนาการของผักหวานป่า ผักหวานป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแหล่งโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปริมาณเยื่อใยพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น ในยอดและใบสดที่รับประทานได้ 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำ 76.6 กรัม โปรตีน 8.2 กรัม คาร์โบไฮเดท 10 กรัม เยื่อใย 3.4 กรัม เถ้า 1.8 กรัม แคโรทีน 1.6 มก. วิตามินซี 115 มก. และค่าพลังงาน 300 กิโลจูล (KJ)

 

อย่างไรก็ตามการบริโภคผักหวานป่าควรปรุงให้สุกเสียก่อน เนื่องจากการบริโภคสด ๆ ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดการเบื่อเมาเป็นไข้ และอาเจียนได้การนำผักหวานป่ามาปรุงอาหารนั้นใช้ได้ทั้งส่วนที่เป็นยอดและใบอ่อน นำช่อผลอ่อน ๆ

 

สำหรับผลแก่อาจลอกเนื้อทิ้งนำเมล็ดไปต้มรับประทานได้เช่นเดียวกับเมล็ดขนุน มีรสหวานมัน การปรุงอาหารจากผักหวานป่า นอกจากต้ม ลวก เป็นผักจิ้มน้ำพริกแล้ว อาจนำไปทำแกง แกงเลียง หรือต้มจืดได้ เช่นกัน อาหารที่ปรุงด้วยผักหวานป่า แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง แกงเลียงผักหวานป่า ต้มจืดผักหวานป่า

 
 
   Tags: ผักหวานป่า,ผักหวาน,ผักหวานป่า,ไข่มดแดง,แกงเลียงผักหวาน,ไข่มดแดง
   
  ผู้โพสต์ : เว็บมาสเตอร์ อีสานไกด์ แซบนัวครัวอีสาน
   
 
 
  เรื่องที่เกี่ยวข้อง
 
แกงปลาดุกใส่หน่อไม้
...
ผู้ชม 1,354
ขจร
แต่ดอกขจรทำหน้าที่ป้องกันโรคสมัยใหม่ได้...
ผู้ชม 1,221
 
อู๋ฮวกนา
...
ผู้ชม 1,209
สะระแหน่
เป็นผักกลิ่นดี ที่ถ้าขาดไปอาหารหลายอย่า...
ผู้ชม 1,231
 
ชะพลู
ผักใบรูปหัวใจที่ห่อเครื่องเมี่ยงกินอร่อ...
ผู้ชม 1,150
มะเขือเครือ (ฟักแม้ว)
เป็นผักกลิ่นดี ที่ถ้าขาดไปอาหารหลายอย่า...
ผู้ชม 1,695
 
 
 
 
  5 อันดับเรื่องอัพเดทใหม่ล่าสุด
 
แกงปลาดุกใส่หน่อไม้
 
อู๋ฮวกนา
 
ขจร
 
สะระแหน่
 
ชะพลู
 
 
 
 
  5 อันดับเรื่องยอดนิยมในหมวด
 
แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง
 
คอหมูย่างน้ำผึ้ง จิ้มแจ่วแซบสะเดิด
 
ผัดเผ็ดกบนาพริกไทยอ่อน
 
ยำแหนมสด
 
ส้มตำปูปลาร้า
 
 
  ติดต่อเว็บมาสเตอร์
ติดต่อสอบถาม แนะนำติดชมเว็บ แจ้งปัญหาการใช้งานและ สนใจลงโฆษณา ติดต่อได้ที่ เว็บมาสเตอร์ อีสานไกด์ ดอทคอม คลิกที่นี่
         
 
 
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ผักหวาน
   
 
 
ร่วมแสดงความคิด :
ชื่อ : จำเป็น
อีเมล : จำเป็น
ข้อความ : จำเป็น
ภาพ :
กรอกรหัส : จำเป็น
 
   
 
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น
ข้้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@esanguide.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้